ปวดสะโพกร้าวลงขา

กล้ามเนื้อสะโพกหนีบทับเส้นประสาท (Pirifprmis Syndrome) คือ กลุ่มอาการกล้ามเนื้อหนีบทับเส้นประสาท หรือภาษาชาวบ้านเรียกว่า สลักเพชรจม ซึ่งอาการของภาวะนี้เกิดจากการที่กล้ามเนื้อพิริฟอร์มิสบริเวณก้นใกล้กับสะโพกไปกดทับเส้นประสาทที่อยู่ใกล้กันทำให้เกิดอาการปวดก้นร้าวลงขาได้ อาการของโรค ปวดและชาที่ก้นร้าวไปยังขาทั้ง 2 ข้าง รู้สึกเจ็บเมื่อใช้มือกดบริเวณก้น ปวดหลังส่วนล่าง ผู้ป่วยจะรู้สึกว่ามีอาการปวดมากขึ้นเมื่อนั่งเป็นเวลานานหรือเวลาที่ต้องทำกิจกรรมที่ต้องเคลื่อนไหวลำตัวส่วนล่าง เช่น เดินนานๆ เดินขึ้นลงบันได เป็นต้น หากมีอาการรุนแรงมากก็อาจส่งผลทำให้รบกวนการใช้ชีวิตประจำวันได้ ท่าทางที่เสี่ยงต่อการเกิด เคลื่อนไหวร่างกายส่วนล่างผิดท่า ออกกำลังกายมากเกินไป วิ่งหรือทำกิจกรรมที่ต้องเคลื่อนไหวขาอย่างต่อเนื่อง นั่งเป็นเวลานาน ยกของหนัก เกิดอุบัติเหตุที่ส่งผลกระทบต่อร่างกายส่วนล่าง การรักษาทางกายภาพบำบัด การลดปวดด้วยเครื่องมือทางกายภาพบำบัด เช่น US, US Combine, Laser, ES การประคบร้อนและยืดกล้ามเนื้อ การออกกำลังกายกล้ามเนื้อส่วนที่เกี่ยวข้องเพื่อเพิ่มความแข็งแรง การปรับท่าทางในการทำงานและการใช้ชีวิตประจำวัน

#สลักเพชรจม
5 สัญญาณเตือนภาวะหมอนรองกระดูก

หมอนรองกระดูกสันหลังกดทับเส้นประสาท (Herniated Nucleus Pulpous) คืออะไร หมอนรองกระดูกสันหลังกดทับเส้นประสาทเกิดจากการแตกหรือการปลิ้นของหมอนรองกระดกสันหลังจนทำให้น้ำในหมอนรองกระดูกสันหลังเคลื่อนออกมาจนกดทับเส้นประสาททำให้มีอาการปวดหลังหรือสะโพกและมีอาการปวดร้าวร้าวหรือชาลงขา ปัจจัยส่งผลทำให้เกิดอาการ มีน้ำหนักตัวมากเกินไป อุบัติเหตุ - การแบกหรือยกของหนัก การใช้งานผิดท่า เช่น การนั่งทำงานนานๆ อาการ ปวดหลังหรือสะโพก มักเกิดหลังจากยกของหนัก/อุบัติเหตุ มีอาการปวดร้าวหรือชาลงขา เดินตัวเอียงลงน้ำหนักไม่ได้ นั่ง ก้มหลัง นานๆ มีอาการปวดเพิ่มมากขึ้น ไอจามมีอาการปวดหรือร้้าวลงขามากขึ้น กล้ามเนื้อขาอ่อนแรงกระดกข้อเท้าไม่ขึ้น เกิดได้กับทุกเพศทุกช่วงวัย การรักษาทางกายภาพบำบัด ในคนไข้ที่มีอาการกดทับเส้นสาทและมีอาการร้าวชาลงขา จะมีแนวทางการรักษาทางกายภาพบำบัด ที่สำคัญคือ การดึงหลัง ซึ่งการดึงหลังจะช่วย ลดการกดทับระหว่างช่องว่างระหว่างกระดูกทำให้ลดอาการปวด อาการชาร้าวลงขา ควบคู่กับการใช้เครื่องมือกายภาพ เช่น อัลตราซาวด์ กระตุ้นไฟฟ้า เลเซอร์ และการทำหัตถการอื่นๆ เพื่อลดอาการปวดและความตึงตัวของกล้ามเนื้อ ทั้งนี้ทั้งนั้น แนวทางการรักษาจะถูกปรับเปลี่ยนตามความเหมาะสมของอาการคนไข้

#ปวดหลังร้าวลงขา
ปวดหลังเป็นอะไรได้บ้าง ?

อาการปวดหลัง สามารถพบได้ทุกเพศทุกวัย ไม่ว่าเด็ก วัยรุ่น หรือผู้ใหญ่ เพศชายหรือเพศหญิง ซึ่งปัจจัยเสี่ยงที่ทำให้เกิดอาการปวดหลังนั้นมีด้วยกันหลายอย่าง และปัจจัยต่างๆ เหล่านั้น ส่งผลให้เกิดปัญหากล้ามเนื้ออักเสบเรื้อรัง ข้อต่อกระดูกสันหลังอักเสบ หมอนรองกระดูกสันหลังอักเสบ หรือหมอนรองกระดูกทับเส้นประสาท ก่อนจะแสดง “อาการปวดหลัง” ออกมา ปัจจัยที่ทำให้เกิด “อาการปวดหลัง” มีอะไรบ้าง ที่นอนที่แข็งหรือนิ่มเกินไป ไม่ถูกต้องตามสรีระ ยกของหนัก ถือของหนัก ก้มยกของผิดวิธี ภาวะกระดูกพรุนหรือบาง ภาวะอ้วน หรือน้ำหนักตัวที่มากเกินไป ส่งผลใหห้มอนรองกระดูกสันหลังและก้นกบรับภาระมากกว่าจุดอื่น ออฟฟิศซินโดรม นั่งทำงานนานๆ หรือท่าทางในการเคลื่อนไหวผิดปกติ “อาการปวดหลัง” สัญญาณนี้บอกถึงอะไรได้บ้าง ปวดหลังจากการยกของหนัก : กล้ามเนื้ออักเสบ กระดูกหรือหมอนรองกระดูกสันหลังเคลื่อน ปวดแนวกระดูกกลางหลัง : มีปัญหาที่หมอนรองกระดูกสันหลัง หรือข้อต่อกระดูกสันหลัง ปวดหลังเยื้องออกมาด้านข้าง : กล้ามเนื้อหลังมีความผิดปกติ ปวดร่วมกับมีอาการชา-อ่อนแรง : ระบบประสาทเส้นประสาทผิดปกติ ปวดร้าวเหมือนไฟฟ้าช็อต : เส้นประสาทอาจถูกกดเบียด ปวดหลังแบบล้าๆ เมื่อยๆ : อาจเกิดจากกล้ามเนื้อ การรักษาทางกายภาพบำบัด ในการรักษาทางกายภาพบำบัดจะขึ้นอยูู่กับสาเหตุที่ทำให้มีอาการ สามารถทำได้หลายวิธีทั้งการใช้เครื่องมือและเทคนิคทางกายภาพอื่นๆ เพื่อช่วยลดอาการปวด การออกกำลังกาย ยืดกล้ามเนื้อ เพื่อเพิ่มความแข็งแรงของกล้ามเนื้อและป้องกันการกลับมาเป็นซ้ำในอนาคต การปรับท่าทางที่ถูกต้อง

#ปวดหลัง