Bid Buddha

พระพุทธมิ่งมงคลเอกนาคคีรี เป็นพระพุทธรูปปางมารวิชัยขนาดใหญ่ ตั้งอยู่บนยอดเขานาคเกิด ในเขตป่าสงวนแห่งชาติเขานากเกิด [1] ตำบลกะรน อำเภอเมืองภูเก็ต จังหวัดภูเก็ต ที่มีความสูงเป็นอันดับที่สามของประเทศไทย

วัดฉลอง

วัดฉลอง หรือ วัดไชยธาราราม เป็นสถานที่ท่องเที่ยวทางศาสนาในจังหวัดภูเก็ต ที่ถูกบรรจุอยู่ในโปรแกรม Phuket city Day trip ของบริษัททัวร์ เป็นวัดที่มีประวัติความเป็นมายาวนาน และมีความสวยงามที่สุดในภูเก็ต วัดแห่งนี้ตั้งอยู่อยู่ห่างจากตัวเมืองภูเก็ต 8 กิโลเมตร และห่างจากอ่าวฉลอง 3 กิโลเมตรเศษ วัดแห่งนี้มีชื่อเสียงจากความศักดิ์สิทธิ์ของ หลวงพ่อแช่ม อดีตเจ้าอาวาสวัดฉลอง ไม่เฉพาะชาวภูเก็ตเท่านั้นที่เคารพ และ นับถือในความศักดิ์สิทธิ์ของหลวงพ่อแช่ม ชื่อเสียงของหลวงพ่อแช่มไกลออกไปถึงประเทศเพื่อนบ้านอย่างมาเลเซีย ปีนัง

วัดพระทอง หรือ วัดพระผุด

วัดพระทองเป็นวัดเก่าแก่ที่สร้างในสมัยกรุงศรีอยุธยา ประดิษฐานพระพุทธรูปศักดิ์สิทธิ์ พระทอง หรือ พระผุด เป็นพระประธานในวิหารหลวงพ่อพระทอง โผล่พ้นเพียงพระเกตุมาลาจากพื้นดิน ปัจจุบันเป็นมีรูปจำลองกอสวมทับไว้แบบครึ่งองค์ให้สักการะบูชา จึงนับว่าแปลกประหลาดกว่าพระพุทธรูปทั้งหมดในประเทศไทย และได้กลายเป็น Unseen Thailand ของจังหวัดภูเก็ต โดยเฉพาะจากพุทธศาสนิกชนของทั้งไทยและจีนกล่าวขานกันว่าใครทุกข์โศกไปกราบไหว้ขอพร ก็จะสัมฤทธิ์ผลดลบันดาลให้ตามที่่ปรารถนา เดิมที่ตั้งของวัดพระทองนั้นมีลักษณะเป็นทุ่งนาและทุ่งหญ้ากว้าง มีน้ำไหลผ่านลำคลอง ในบริเวณซึ่งเป็นที่ตั้งเมืองเก่าของเจ้าถลางสมัยนั้น ในสมัยก่อนชาวบ้านเรียกว่า “ทุ่งนาใน” ปัจจุบันคือ “บ้านนาใน” และมีตำนานมากมายเกี่ยวกับพระผุดเล่าขานถึงที่มา พระบาทสมเด็จพระมงกุฎเกล้าเจ้าอยู่หัว รัชกาลที่ 6 ซึ่งขณะนั้นทรงดำรงพระยศเป็นสมเด็จพระบรมโอรสาธิราชฯ พระองค์ท่านได้ทรงเสด็จประพาสจังหวัดภูเก็ต ได้เสด็จมาทอดพระเนตรพระทอง พระองค์ทรงมีพระราชวิจารณ์ไว้ว่า “การก่อพระพุทธรูปสวมพระผุดนี้ก่อด้วยอิฐถือปูน มีแต่เศียรกับพระองค์เพียงเท่าทรวงเพื่อให้ดูเหมือนผุดขึ้นมาจากพื้นดิน ฝีไม้ลายมือทำก็กระนั้นแหละ แต่ต้องชมว่าเขากล้า มีคนน้อยคนที่จะกล้าทำพระครึ่งองค์เช่นนี้ เพราะฉะนั้นก็จะต้องยอมรับว่าเป็นของควรดูอย่างหนึ่ง” ต่อจากนั้นทรงพระราชทานนามวัดแห่งนี้ว่า “วัดพระทอง” ในความเป็นจริงพระผุดเป็นพระพุทธรูปผุดเพียงพระเกตุมาลาจากพื้นดิน ปัจจุบันเป็นมีรูปจำลองกอสวมทับไว้แบบครึ่งองค์ให้สักการะบูชา

ย่านเมืองเก่าภูเก็ต

ย้อนกลับไปเมื่อประมาณ 100 กว่าปีที่แล้ว เมืองภูเก็ตไม่ได้เป็นเมืองท่องเที่ยวชายทะเลเหมือนทุกวันนี้ แต่เป็นเมืองที่มีทรัพยากรแร่ธาติเป็นจำนวนมาก โดยเฉพาะแร่ดีบุก แร่ดีบุกในสมัยนั้นเป็นแร่ที่มีราคามาก หลายประเทศมีความต้องการใช้ในการพัฒนาประเทศเข้าสู่ยุคอุตสาหกรรม จากการที่มีแร่ดีบุกอยู่มาก ทำให้มีชาวต่างชาติโดยเฉพาะชาวตะวันตกเข้าภูเก็ตมาร่วมลงทุนในเหมืองแร่ และมีชาวจีนมาเป็นแรงงาน บ้างก็เปลี่ยนตัวเองมาเป็นนายเหมือง พ่อค้า เมืองภูเก็ตในตอนนั้นจึงมีวัฒนธรรมแบบตะวันตก และ จีนผสมอยู่ด้วย การสร้างบ้านในตอนนั้นจึงผสมผสานสถาปัตยกรรมทั้งสองแบบเข้าด้วยกัน กลายเป็นสถาปัตยกรรมแบบชิโนโปรตุกีส บ้านเรือนแบบชิโนโปรตุกีส มีอยู่ด้วยกันหลายจังหวัดในภาคใต้ แต่ที่มีเยอะสุด หลายร้อยหลัง อยู่ในสภาพที่ดีที่สุดก็ต้องที่ภูเก็ต ส่วนประเทศเพื่อนบ้านเราก็มีมากที่เมืองมะละกา ประเทศมาเลเซีย คำว่าชิโน (Sino) แปลว่าจีน ส่วนโปรตุกีส ก็คือประเทศโปรตุเกสในทวีปยุโรป เมื่อรวมเป็น ชิโนโปรตุกีส ก็เป็นสถาปัตยกรรมที่ผสมผสานระหว่างจีนกับยุโรปได้อย่างลงตัว

ดูดวงอาทิตย์ตกที่แหลมพรหมเทพ

หากใครได้มีโอกาสมาเที่ยวภูเก็ตแล้วไม่ได้มาชมอาทิตย์อัสดงที่ แหลมพรหมเทพ ถือว่ายังมาไม่ถึงหรือ เรียกว่า เป็นเป็นการท่องเที่ยวที่ยังไม่สมบูรณ์ตามแบบฉบับของการมาเที่ยวเมืิองภูเก็ต แหลมพรหมเทพจัดเป็นหนึ่งใน จุดชมอาทิตย์ตกก่อนใครที่สวยที่สุดในเมืองไทย เป็นแหลมที่อยู่ใต้สุดของเกาะภูเก็ตห่างจากตัวเมืองประมาณ 19 กม.มีลักษณะเป็นแหลมโค้งไล่ระดับทอดตัวสู่ท้องทะเล รอบข้างแวดล้อมด้วยต้นตาลที่ขึ้นแทรกอยู่เรียงรายตาม ต้นหญ้าที่พัดพลิ้วด้านขวาเป็นหาดในหานและเกาะมัน ส่วนด้านซ้ายจะมองเห็นหาดในยะซึ่งเป็นหาดเล็ก ๆโดย ทั่วไป นักท่องเที่ยวไม่ว่าจะเที่ยวหรือพักที่หาดใด พอช่วงใกล้เย็นพากันมาชมพระอาทิตย์ตกที่แหลมพรหมเทพ หากมาเที่ยวในวันที่อากาศดี ท้องฟ้าเปิด มีเมฆน้อย บรรยากาศพระอาทิตย์ตกที่แหลมพรหมเทพจะสวยงามมาก หากมาในฤดูร้อนมีทุ่งหญ้าสีทองขึ้นปกคลุมสวยงามมาก มองเห็นเกาะแก้วน้อย เกาะแก้วใหญ่และเกามัน ส่วน ในฤดูฝนจะเป็น เป็นสีเขียวรอบๆ แหลมพรหมเทพเป็นโขดหินขนาดใหญ่ยามคลื่นลมแรงจะเห็นฟองคลื่นสีขาว กระทบโขดหินงดงามยิ่งนัก