คดีครอบครัว

ลูกหนี้ "จดทะเบียนหย่าปลอม" เพื่อหนีหนี้... เจ้าหนี้ต้องฟ้องแบบไหน ถึงจะยึดทรัพย์ได้?

เรื่องคลาสสิกที่เจ้าหนี้หลายคนปวดหัว นั่นคือเมื่อลูกหนี้ทำทีเป็น "จดทะเบียนหย่า" เพื่อยักย้ายถ่ายเททรัพย์สินไปให้คู่สมรส แล้วทำตัวลอยแพ ให้เจ้าหนี้ฟ้องยึดอะไรไม่ได้ ถ้าเจอแบบนี้ เจ้าหนี้ควรจะสู้ยังไง ถึงจะถูกวิธี

สรุปบทเรียนสำหรับเจ้าหนี้
ถ้าเจอสถานการณ์ลูกหนี้หย่าเพื่อหนีหนี้ ไม่ควรไปฟ้องคดีใหม่ เพื่อขอให้ "การหย่าของเขาเป็นโมฆะ" (แบบฎีกา 1241/2567) เพราะจะถูกยกฟ้อง ให้เดินหน้ายึดทรัพย์ชิ้นนั้นทันที แล้วรอให้คู่สมรสเขามาฟ้อง "ร้องขัดทรัพย์" จากนั้นเราค่อยไปสู้ในคดีนั้นว่าการหย่าเป็น "เจตนาลวง" (แบบฎีกา 3698/2524)

คดีครอบครองปรปักษ์

เจาะลึก "การครอบครองปรปักษ์" (ม.1382) ⚖️ "ระเบิดเวลา 10 ปี" ที่ทำให้เจ้าของโฉนด "เสียที่ดิน" ฟรี!

นี่คือ "ฝันร้าย" ที่สุดของคนมีที่ดิน (ที่มีโฉนด น.ส.4) และเป็นเรื่อง "จริงแท้ 100%" ตามกฎหมายแพ่งและพาณิชย์ มาตรา 1382

"ครอบครองปรปักษ์" คืออะไร?
คือ "มุมมืด" ของกฎหมายที่ถูกออกแบบมาเพื่อ "ลงโทษ" เจ้าของที่ดินที่ "ละเลย" ไม่ทำประโยชน์ ในทรัพย์สินของตน และ "ให้รางวัล" แก่ผู้ที่เข้ามาใช้ประโยชน์ (แม้จะโดยการบุกรุก) หากทำครบเงื่อนไข 5 ข้อนี้ "ติดต่อกัน 10 ปี"

"สูตรลับ 5 ข้อ" ของผู้บุกรุก:

ครอบครอง: เข้ามายึดถือทำประโยชน์จริง (เช่น สร้างบ้าน, ปลูกพืช)

โดยสงบ: เจ้าของไม่เคยคัดค้าน ไม่เคยไล่ หรือฟ้องร้อง

โดยเปิดเผย: ไม่ได้แอบทำ แต่ทำอย่างเปิดเผยให้คนทั่วไปเห็น

ด้วยเจตนาเป็นเจ้าของ: (หัวใจสำคัญ!) ทำทุกอย่างเสมือนตนเป็นเจ้าของ

ติดต่อกัน 10 ปี

หากครบถ้วน เขาจะมีสิทธิ์ไปยื่นเรื่องต่อศาล ขอกรรมสิทธิ์ในที่ดินผืนนั้นได้ทันที

4 วิธี "หยุดระเบิดเวลา" (ทำลายองค์ประกอบ)
คุณไม่จำเป็นต้องเฝ้าที่ดิน 24 ชม. แค่ทำลายองค์ประกอบข้อใดข้อหนึ่งใน 5 ข้อนี้ การนับเวลา 10 ปี จะถูก "รีเซ็ต" เป็นศูนย์ทันที

1. ทำลาย "ความสงบ" (ข้อ 2)

วิธีทำ: ไปตรวจดูที่ดินอย่างน้อยปีละครั้ง หากพบผู้บุกรุก แค่ "เข้าไปโวยวาย", "แจ้งตำรวจ", หรือ "ส่งจดหมายเตือน" ก็ถือว่าการครอบครองนั้น "ไม่สงบ" แล้ว

2. ทำลาย "การรกร้าง" (ข้อ 1)

วิธีทำ: ทำให้ที่ดินไม่รกร้าง เช่น "ไถที่" ปีละครั้ง หรือ "ปลูกพืชยืนต้น" (กล้วย, มะม่วง) การที่คุณยังเข้าไปดูแลที่ดิน คือการ "แสดงการครอบครอง" ของคุณเอง

3. ทำลาย "ความเปิดเผย" ของผู้บุกรุก (ข้อ 3, 4)

วิธีทำ: "ล้อมรั้ว" หรือ "ปักป้าย" ว่า "ที่ดินส่วนบุคคล ห้ามบุกรุก" การกระทำนี้คือการประกาศ "เจตนาความเป็นเจ้าของ" ของคุณอย่างชัดเจน ทำให้ผู้บุกรุกไม่สามารถอ้างว่าครอบครองโดยเปิดเผยและมีเจตนาเป็นเจ้าของได้อีกต่อไป

4. ทำลาย "เจตนาเป็นเจ้าของ" (ข้อ 4) (ไม้ตายที่ดีที่สุด)

วิธีทำ: หากคุณใจดีให้ญาติหรือเพื่อนบ้านใช้ที่ดิน ห้ามให้อยู่ฟรีปากเปล่า (เสี่ยงมาก!)

แต่ให้ทำ "สัญญาเช่า" แม้จะแค่ "ปีละ 100 บาท" ก็ตาม

อ่านต่อที่ https://www.facebook.com/share/p/1A24DwvGGG/

คดีละเมิด ประกันภัย

🚨 รถชน... แต่หนึ่งในนั้น "ไม่มีประกัน"! 😱 นี่คือ 5 ข้อต้องรู้ "เชิงลึก" เพื่อเอาตัวรอดจากฝันร้ายทางการเงิน
สถานการณ์ที่ไม่มีบริษัทประกันมาเป็น "กระเป๋าเงิน" และ "นักเจรจา" ให้ ทุกอย่างจะกลายเป็นความรับผิดชอบส่วนบุคคล (คุณ vs เขา) ทันที นี่คือสิ่งที่ต้องทำและต้องรู้ครับ

1. "ห้ามหนี-ห้ามขยับ" และ "เปิดกล้อง" (5 นาทีทองแห่งการตั้งหลัก)
นี่คือข้อที่สำคัญที่สุดในทางคดี

🚫 ห้ามหนี: การหนีจะเปลี่ยนสถานะคุณจากคดีแพ่ง (จ่ายค่าเสียหาย) เป็นคดีอาญา "ชนแล้วหนี" ทันที ซึ่งโทษหนักกว่ามาก

🚫 ห้ามขยับรถ: ตราบใดที่ยังตกลงกันไม่ได้ว่าใครผิด ห้ามขยับรถเด็ดขาด เพราะนี่คือ "ที่เกิดเหตุ" ที่ดีที่สุด

📸 เปิดกล้อง: หยิบมือถือถ่ายวิดีโอ/รูปภาพทันที (มุมกว้าง, จุดที่ชน, ป้ายทะเบียนคู่กรณี, สภาพถนน)

Pro-Tip: คนไม่มีประกัน ควรมี "กล้องหน้ารถ" ที่ใช้งานได้เสมอ นี่คือพยานที่ดีที่สุดของคุณ

2. เช็ก "พ.ร.บ." (นี่คือประกันที่ "ต้องมี")
คนส่วนใหญ่สับสนระหว่าง "ไม่มีประกัน" กับ "ไม่มี พ.ร.บ."
ประกันภาคสมัครใจ (ชั้น 1, 2, 3): คือตัวที่ใช้ "ซ่อมรถ" (ทรัพย์สิน)

พ.ร.บ. (ภาคบังคับ): คือสิ่งที่รถทุกคันต้องมีตามกฎหมาย ใช้สำหรับ "ค่ารักษาพยาบาล" (คน)

Pro-Tip: แม้คุณจะไม่มีประกัน แต่ พ.ร.บ. จะยังคุ้มครอง "ค่ารักษาพยาบาล" ให้ทุกฝ่าย (เบิกได้เบื้องต้นโดยไม่สนว่าใครผิด) ห้ามปล่อยให้ พ.ร.บ. ขาดเด็ดขาด!

3. "เรียกตำรวจ" (จำเป็นอย่างยิ่งยวด)
เมื่อไม่มีประกัน คนที่จะ "ชี้ขาด" ว่าใครผิดในทางกฎหมาย คือ ตำรวจ
ต้องเรียกเสมอ: เมื่อตกลงกันไม่ได้, มีคนเจ็บ, หรือความเสียหายสูง

Pro-Tip: ต้องให้ตำรวจลง "บันทึกประจำวัน" เพื่อชี้ขาดว่าใครเป็นฝ่ายประมาท (ใครผิด) เอกสารนี้คือ "อาวุธ" หรือ "หนี้" ของคุณ ห้ามตกลงปากเปล่าแล้วแยกย้ายเด็ดขาด เพราะอาจโดนแจ้งความ "ชนแล้วหนี" ทีหลัง

4. สถานการณ์: "คุณผิด" (และไม่มีประกัน)
คุณคือผู้รับผิดชอบ 100%

สิ่งที่ต้องจ่าย: ค่าซ่อมรถเขา + ค่าซ่อมรถเรา + ค่ารักษาพยาบาล (ส่วนเกิน พ.ร.บ.) + ค่าขาดประโยชน์จากการใช้รถ (ถ้าเขาเรียกร้อง)

อ่านต่อที่ https://www.facebook.com/Thaitanalawfirm/posts/pfbid02NHyY9yPBN84QXeAD8z1qTBr2FCASBd8f6HNcViXQjogbxy7qEsYnbN5Ab9xqaPC8l

Social media

Follow us on social media

Country or region: Thailand